วิศวะ ม.พระจอมเกล้าธนบุรี

  วิสัยทัศน์คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

คณะ วิศวกรรมศาสตร์ มจธ.ปรับวิสัยทัศน์ใหม่ นโยบายที่จะแสวงหาความร่วมมือ ในรูปแบบการบริหารวิชาการกับอุตสาหกรรมการให้คำปรึกษาแนะนำและการร่วมจัดทำ โครงการพัฒนาบุคลากร เพื่อเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเป็นการเพิ่มศักยภาพและ ประสบการณ์ของคณาจารย์และนักศึกษาทั้งด้านการเรียนการสอนการวิจัยและการ พัฒนาและการบริการวิชาการ

ในปัจจุบันโลกทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นก่อนการวางนโยบายพัฒนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก็ต้องทราบถึงปัจจัยของการวางนโยบายก่อน อันดับแรกคือปัจจัยภายนอก ปัจจุบันสมาคมอาเซียนที่ กำลังรวมกลุ่มกันกำลังกลายเป็นชุมชนอาเซียนในปี 2015ส่งผลให้การหางานทำของบัณฑิตที่จบใหม่นั้นสามารถทำงานได้หลายประเทศเพราะไม่ต้องขอใบอนุญาตการทำงาน ในประเด็นนี้ ทำให้การหางานทำมีความ สะดวกมากยิ่งขึ้น ทำให้ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์จะต้องเตรียมความพร้อมของบัณฑิต ให้สามารถทำงานได้ ทุกแห่งทั่วโลก อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ เศรษฐกิจของชาติ

ปัจจุบันประเทศต้องการคนที่สร้างเศรษฐกิจยุคใหม่เพราะในทุกวันนี้เศรษฐกิจ ของชาตินั้นหันไปพึ่งพาธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจของต่างประเทศเท่านั้น ทำให้เศรษฐกิจของชาติคงอยู่ได้ยากเพราะฉะ นั้นประเทศก็ต้อง การคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ เอาความรู้ไปทำธุรกิจ และไปพัฒนาเศรษฐกิจของชาติหรือว่าเศรษฐกิจยุคใหม่ของ ประเทศอีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ ภาวการณ์ตกงานของบัณฑิตที่จบใหม่ ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมหรือ ผู้ประกอบการ ต่างก็ประสบปัญหาด้านแรง งาน และบุคลากรบัณฑิตที่จบใหม่ก็ไม่สามารถหางานทำได้ปัญหานี้เกิดมาจากการที่ภาค การศึกษาเน้นเพียง แต่การผลิตบัณฑิตภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในทุกวันนี้ภาคอุตสาหกรรมของ ประเทศไทยนั้นมี ขนาดใหญ่ในระดับต้นๆ ของโลก ภายในแต่ละปีต้องการบัณฑิตที่จบใหม่เป็น จำนวนมากทางสถานศึกษา ต่างก็ไม่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับปัญหาตรงจุดนี้ เพราะว่าภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมเป็นภาคที่ เชื่อมต่อกันอย่างโดยตรง เพราะฉนั้นภาคการศึกษาจึงจำเป็นต้องศึกษา ถึงความต้องการของผู้ประกอบการ และนำมาปรับใช้กับการเรียนการสอนให้บัณฑิตมีความสามารถตรงตามความต้องการของ ตลาดและลด ภาวการณ์ว่างงานของบัณฑิตที่จบใหม่

สำหรับเป้าหมายของการผลิตบัณฑิตของคณะวิศวกรรมศาสตร์นั้นทางคณะได้วางเป้าหมายของการผลิตไว้ 3 ด้านคือ

   1. Global Engineering

คือ วิศวกรที่สามารถทำงานได้ทั่วโลกเพราะโลกในปัจจุบันประกอบไปด้วยวัฒนธรรมไทย แต่เพียงอย่างเดียว บัณฑิตของเราจะต้องสามารถทำงานร่วมกับคนที่มีวัฒนธรรมไทยแต่เพียงอย่างเดียว บัณฑิตของเราจะต้อง สามารถทำงานร่วมกับคนที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันได้ และจะต้องเรียนรู้ภาษามากกว่าหนึ่งภาษาเพื่อเสริม สร้างทักษะการทำงาน โดยในจุดนี้จะส่งเสริมให้มีการเก็บตัวเข้าค่ายของนักศึกษาไม่ว่าจะเป็น English Camp, Robotic Camp,Senior Project Contest โดยที่มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาร่วมด้วย เพื่อที่จะได้ทำการฝึกฝนภาษาและเรียนรู้วัฒนธรรมร่วมกัน

   2. Real Sector Driver

คือ การจัดการระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับผู้ประกอบการเพราะในส่วนของผู้ประกอบ การเองก็ต้องการบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ จึงจำเป็นจะต้องศึกษาผู้ประกอบการว่าที่จริงแล้วใช้ทักษะอะไรบ้าง และนำ ปัญหาเหล่านั้นมาปรับกับการเรียนการสอน เช่น การปรับห้องปฏิบัติการให้เสมือนกับการปฏิบัติงานจริง และ ในอนาคตอันใกล้นี้กำลังจะมีการเซ็นต์สัญญา MOU ร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรรมเพื่อ ผลักดันให้เกิดงานวิจัยร่วมกันในขณะนี้ก็มีกลุ่มผู้ประกอบการหลายกลุ่มให้ ความร่วมมือกับระบบการศึกษา ในรูปแบบนี้ อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์กลุ่มอุตสาหกรรม ไฟฟ้ากำลัง กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกลุ่มอุตสาหกรรม ไฟฟ้ากำลัง กลุ่มอุตสาหกรรม ฮาร์ดดิสก์

   3. Knowledge Entrepreneur

คือ การใช้ความรู้ทางวิศวกรรมเช้าไปผสานกับอาชีพ โดยในปัจจุบันทางคณะกำลังประสานงานระหว่างGMI โดยให้จัดหลักสูตรผู้ประกอบการให้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการ นักศึกษาที่จบจากคณะวิศวฯ แล้ว ถ้ามีความต้องการเป็นผู้ประ กอบการก็สามารถใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมไปประกอบกิจการ ก็เหมือนกับการสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ให้กับ ประเทศ

ระยะการดำเนินงานของเป้าหมายทั้ง 3 ด้านภายในปีแรก จะเป็นในเรื่องของการเตรียมความพร้อมการวางรากฐานและการจัดระบบให้ลงตัวให้มากที่สุด และในปัจจุบันก็สามารถดำเนินการไปพอสม ควรแล้ว ในส่วนของ Global Engineering ก็เริ่มทำการติดต่อกับต่างประเทศที่จะเข้ามามีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก ด้าน Real Sector Driverสามารถเจรจาคุยกับภาคผู้ประกอบการอุตสาหกรรมได้แล้วไม่ว่าจะเป็นในภาค ของ อุตสาหกรรมรถยนต์กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้ากำลัง กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดดิส และในด้านสุดท้าย Knowledge Entrepreneur ได้ข้อตกลงกับทาง GMI เป็นที่เสร็จสิ้นแล้ว และภายในปีที่สองและสามจะพยายามผลักดันให้เกิดเป็นกิจกรรมขึ้นจริงๆ และสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบ รวมทั้งการ ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ส่วนในปีสุดท้ายคือการทำให้เป็นระบบ และจะไม่ใช่เป็นเพียงแค่กิจกรรม ภายใน อนาคตเป้าหมายทั้ง 3 ด้านนี้ จะกลายเป็นแนวคิดในการพัฒนา คณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อประโยชน์สูงสุด ของนักศึกษา

สำหรับผู้สนใจจะเข้ามาศึกษาต่อกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ว่า “การเรียนวิศวกรรมศาสตร์ที่ไหนก็สามารถเรียนได้ เพราะต่างระบบ ความรู้ก็ต่างกัน แต่การเรียนเพื่อ สร้างทักษะ Global Engineering, Real Sector Driver, Knowledge Entrepreneur ผมคิด ว่าในประเทศไทยยังไม่มี และจะสร้างทักษะเหล่านี้บวกขึ้นไปกับศาสตร์ทางด้านวิศวกรรม จะทำให้เป็นวิศวกรที่สมบูรณ์ขึ้นพร้อมรับใช้ประเทศชาติ และสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศต่อไป”

รศ.ดร.บุญเจริญ ศิริเนาวกุล
คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์

หลักสูตรปริญญาตรี

สาขาวิศวกรรมเคมี  [PDF]
สาขาวิศวกรรมเครื่องกล  [PDF]
สาขาวิศวกรรมเครื่องกล(พลังงาน เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม)  [PDF]
สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า  [PDF]
สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า(ระบบไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์กำลัง และพลังงาน)  [PDF]
สาขาวิศวกรรมโยธา  [PDF]
สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ  [PDF]
สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  [PDF]
สาขาวิศวกรรมระบบควบคุมและเครื่องมือวัด  [PDF]
สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม  [PDF]
สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์  [PDF]
สาขาวิศวกรรมวัสดุ  [PDF]
สาขาวิศวกรรมเครื่องมือ  [PDF]
สาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์  [PDF]

หลักสูตรปริญญาตรี (นานาชาติ)
Bachelor of Engineering (International Program)

วิศวกรรมเคมี
(Chemical Engineering)
 [PDF]
วิศวกรรมโยธา
(Civil Engineering)
 [PDF]
วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
(Environment Engineering)
 [PDF]
วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
(Computer Engineering)
 [PDF]
วิศวกรรมอัตโนมัติ
(Automation Engineering)
 [PDF]
วิศวกรรมอิเลกทรอนิกส์และโทรคมนาคม
(Electrical Communication and Electronic Engineering)
 [PDF]

หากต้องการแนะนำปรับปรุงข้อมูล หรือแนะนำสาขาวิชา คณะวิชา/สถาบัน ประชาสัมพันธ์ข่าวรับสมัครเข้าศึกษา อบรม ประชาสัมพันธ์ทุนการศึกษา โปรดติดต่อ








Facebook Comments

Powered by Facebook Like