Home School คือทางเลือกเมื่อเด็กไม่ต้องไปโรงเรียน

  การจัดการศึกษาแบบ Home School  ในประเทศไทยได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการตามกฎหมายหลังมีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช  2542  ซึ่งกำหนดให้จัดการศึกษาได้ 3 รูปแบบ  คือ การศึกษาในระบบโรงเรียน  การศึกษานอกระบบโรงเรียน  และการศึกษาตามอัธยาศัย ปัจจุบันการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นจัดการศึกษาในลักษณะที่เรียนหรือจัดกิจกรรมการสอนที่บ้านของตนเอง ที่เรียกว่า  Home  School  โดยจะต้องไปลงทะเบียนและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ปกครองที่กำลังได้รับการกล่าวถึงในมุมมองต่างๆ มากขึ้น จากการสะท้อนผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนในระบบโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษา ที่ในระยะหลังไม่ว่าจะทดสอบด้วยหน่วยงานใดสำนักใดข้อมูลก็ออกมาในลักษณะคล้ายๆ ในทำนองเดียวกันคือ นักเรียนขาดทักษะการวิเคราะห์ วิชาที่ต้องมีการวิเคราะห์ การคำนวณ นักเรียนจะทำคะแนนได้น้อย และยังไม่มีสัญญานที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากผลการทดสอบ3-4 ปีที่ผ่านมา  อะไรก็ตามที่ต้องอธิบายเชื่อมโยงแบบให้มีความสัมพันธ์กันนักเรียนมักจะอธิบายไม่ได้ เมื่อเด็กตอบไม่ได้ คำอธิบายที่เรามักจะได้ยินจากเด็กบ่อยๆ คือ บอกว่ารู้แต่อธิบายไม่ได้ ทักษะการสื่อสารทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน และภาษาท่าทาง ก็ขาดการเอาใจใส่ เพราะสิ่งเหล่านี้มันไม่สามารถไปเขียนลงไปในเอกสารเพื่อเข้าสู่การประเมินคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนได้อย่างชัดเจน เหมือนกันส่งนักเรียนไปประกวดแข่งขันกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นในยุคปัจจุบันเราจะเห็นเด็กไปร่วมกิจกรรมแข่งขันมากมาย ถ่ายรูปแชร์กันในโลก โซเชียลสนุกสนาน ได้รับรางวัลเป็นทีภาคภูมิใจของโรงเรียนและผู้ปกครอง  แต่การพัฒนาอีกด้านในเรื่องทักษะการคิดของนักเรียนกลับล้าหลังลงไปเรื่อยๆ ดัชนีการศึกษาไทยก็ตามหลังหลายๆ ประเทศใน AEC ที่จริงแล้วในปัจจุบัน นักเรียนที่อยู่ในระบบโรงเรียนมีการเรียนพิเศษนอกเวลานอกชั้นเรียนปกติมากขึ้นกว่าอดีตมาก แต่ความรู้และความสามารถในการคิดวิเคราะห์กลับลดลงอย่าน่าวิตก แม้ว่าผลการประเมินจากโรงเรียนนักเรียนจะได้คะแนนสูงเกรดเฉลี่ยๆ สูงๆ…

Read more